ReadyPlanet.com
dot dot
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletเว็บสำเร็จรูป
bulletจดโดเมนเนม
bulletลงประกาศฟรี
dot
Newsletter

dot
bulletรำลึกถึงแม่
bulletวงดนตรีลูกทุ่ง
bulletวงโยธวาทิต
bulletผลงานครูและนักเรียน
bulletสุดยอดผลงาน
bulletเกียรติบัตรครู
bulletเกียรติบัตรนักเรียน
bulletวิธีอยู่เหนือดวงชะตา
bullet‘แปะเจี๊ยะ’ สินบนสถาบันการศึกษา เงินกินเปล่าของเด็กที่กลวงเปล่า
bulletCertificate Accomplishment In English For Thesis Writing
bulletกัมปนาท โพธิ์ชูชัชวาล
bulletเงินใต้โต๊ะ ใครให้ ใครรับ
bulletจัดการเด็ดขาดร.ร.รับเด็กฝาก-ใต้โต๊ะ
bulletวรวัจน์” สั่งสอบ หลังพบ 4 เขตส่อเรียกรับเงินสอบบุคลากรจริง
bulletวรวัจน์" เบรกสอบบรรจุ
bulletวรวัจน์’สั่งปราบทุจริตย้าย-สอบครู
bulletกรรม กรรม กรรม


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


เทคนิคการขับร้องเพลงไทย

 เทคนิคการขับร้องเพลงไทย

            การขับร้องเพลงไทย เป็นศิลปะที่มีความประณีตมากแขนงหนึ่ง มีเทคนิคต่าง ๆ มากมายที่ผู้ร้องจะต้องเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้เสียงเพลงที่ออกมามีความไพเราะ น่าฟัง และสามารถถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ได้ถูกต้องตามบทเพลง อันจะทำให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์คล้อยตามไปกับเสียงเพลงนั้น ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเพียงเทคนิคบางอย่างที่ใช้กันมากในการขับร้อง ดังนี้

            1.   เอื้อน หมายถึง การออกเสียงเป็นทำนองโดยไม่มีเนื้อร้อง เสียงเอื้อนเป็นเสียงที่ผ่านออกมาจากลำคอโดยตรง มีอยู่มากมายหลายเสียง และมีที่ใช้ต่างกัน ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเพียงบางเสียงที่ใช้กันมาก ได้แก่

                   1)   เสียงเออ เป็นเสียงสำคัญมาก มีหน้าที่เป็นเสียงนำ วิธีทำเสียงเออเผยอริมฝีปาก
เล็กน้อย แล้วเปล่งเสียงออกจากคอให้ดังพอสมควร บังคับเสียงให้มีน้ำหนักที่คอแรงหน่อยโดยไม่ต้องขยับคาง

                   2)   เสียงเอย มีที่ใช้ในตอนสุดวรรคหรือหมดเอื้อน หรือหมดวรรคของเอื้อน จะขึ้นบทร้องวิธีทำเสียงเอยมีวิธีทำเช่นเดียวกับเสียงเออแต่เมื่อจะให้เป็นเสียงเอยก็ให้เน้นที่มุมปาก ออกเสียงท้ายให้เป็นเช่นเดียวกับตัวสะกดแม่เกยในภาษาไทยโดยให้ปลายลิ้นแตะฟันล่าง

                  3)   เสียงเอ๋ย เสียงเอ๋ยนี้ใช้ในการขับร้องที่มีลักษณะของบทร้องเป็นบทชมหรือบทเกี้ยว หรือบทเพลงที่แต่งเป็นสร้อย เช่น ดอกเอ๋ย อกเอ๋ย น้องเอ๋ย ฯลฯ วิธีทำเสียงเอ๋ยเหมือนกับการทำเสียงเอยแต่ผันเสียงให้สูงขึ้นโดยไม่หุบปาก เปลี่ยนน้ำเสียงในช่วงหางเสียงให้ไปทางนาสิกอย่างช้า ๆพร้อมกับทำเสียงหือต่อท้าย

                   4)   เสียงหือ เสียงหือจะใช้เฉพาะขับร้องในทางเสียงสูง มักจะใช้ในตอนสุดท้ายของวรรค หรือตอนของทำนองเพลง หรือตามความต้องการของผู้ขับร้องที่จะใช้หางเสียงเพื่อให้เกิดความไพเราะตามความเหมาะสม วิธีทำเสียงหือให้เผยอริมฝีปากเล็กน้อย แล้วเปล่งเสียงออกมาจากคอเบา ๆ พร้อมกับผันเสียงขึ้นในทางสูงเรื่อยไป ให้เสียงออกมาทางจมูกอย่างช้า ๆ จนสุดหางเสียง

                  5)   เสียงอือ ใช้ในระหว่างรอจังหวะ หรือสุดวรรคหรือลงสุดท้ายของเพลง วิธีทำเสียงอือเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อย เปล่งเสียงออกจากลำคอแรงมาก ๆ โดยไม่ต้องขยับคาง ยกโคนลิ้นขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เสียงออกมาทั้งทางจมูกและทางปาก

            2.   ครั่น เป็นวิธีทำให้เสียงสะดุดสะเทือนเพื่อความเหมาะสมกับทำนองเพลงบางตอน วิธีทำเสียงครั่นเปล่งเสียงออกจากลำคอให้แรงมาก ๆ จนเสียงที่คอเกิดความสะเทือนเป็นระยะ ๆ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผู้ขับร้องที่เห็นว่าไพเราะ น่าฟัง

            3. โปรย เสียงโปรยใช้ได้ทั้งการขับร้องและการดนตรี คือ เมื่อร้องจวนจะจบท่อนก็โปรยเสียงให้ดนตรีสวมรับและเมื่อดนตรีรับจนจะจบท่อนก็จะโปรยให้ร้องรับช่วงไป คำว่าโปรยนี้คล้ายกับศัพท์ทางดนตรีว่าทอดนั่นเอง เป็นการผ่อนจังหวะให้ช้าลงเมื่อจะจบเพลง หรือเมื่อจะให้ผู้ขับร้องร้อง

            4.   ปริบ เสียงปริบวิธีทำเหมือนเสียงครั่นแต่เบากว่า

            5.   เสียงกรอก เสียงกรอกเป็นลักษณะที่เกิดจากการทำเสียงที่คอให้คล่องกลับไปกลับมา เพื่อความเหมาะสมกับทำนองเพลงบางตอน วิธีทำเสียงกรอกเผยอริมฝีปากเล็กน้อย เปล่งเสียงจากคอให้แรงพอสมควรสลับกับเสียงทางจมูก ทำเสียงให้กลับไปกลับมาระหว่างคอกับจมูก 2–3 ครั้ง หรือมากกว่าตามความเหมาะสม

            6.   เสียงกลืน ใช้ในการร้องลงต่ำ คือ เมื่อต้องการให้เสียงต่ำก็กลืนเสียงลงในลำคอ วิธีทำเสียงกลืนเผยอริมฝีปากเล็กน้อย เปล่งเสียงออกจากลำคอให้แรงพอสมควร ขยับคอเล็กน้อย เพื่อให้กลืนเสียงลงไปในลำคอได้สะดวก จะกลืนเสียงมากน้อยขึ้นอยู่กับผู้ขับร้องจะเห็นสมควร

            7.   หลบเสียง หลบเสียง หมายถึง การร้องที่ดำเนินทำนองเปลี่ยนจากเสียงสูงลงมาเป็นเสียงต่ำ หรือจากเสียงต่ำเป็นเสียงสูงในทันทีทันใดการร้องเพลงตอนใดที่เสียงไม่สามารถจะร้องให้สูงขึ้นไปได้อีกแล้ว ก็ให้หลบเสียงเป็นเสียงต่ำ (เสียงคู่แปด) โดยการผ่อนเสียงเดิมให้ค่อย ๆ เบาลงมาหาเสียงต่ำ หรือถ้าตอนใดเสียงร้องนั้นจะต้องลงต่ำต่อไปอีก แต่เสียงร้องไม่สามารถจะต่ำลงไปได้อีก ก็ร้องหักเสียงให้สูงขึ้นด้วยวีธีการเช่นเดียวกัน

         เนื่องจากการขับร้องเพลงไทยมีเทคนิคในการขับร้องที่สูงมาก ดังนั้นเทคนิคต่าง ๆ ในการร้องเพื่อตบแต่งทำนองให้ไพเราะ น่าฟัง ดังกล่าวแล้วนี้ อาจแตกต่างกันไปบ้างตามสติปัญญา ความสามารถที่เห็นว่าไพเราะของแต่ละบุคคลซึ่งลักษณะอย่างนี้เป็นการแสดงออกถึงความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักร้องเพลงไทยที่สามารถประดิษฐ์ทำนองหรือทางในการร้องได้ โดยยึดแกนร่วมเดียวกัน
         ในส่วนของเพลงพื้นบ้านนั้น เทคนิคต่าง ๆ ในการร้องก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าการร้องกลอนเพลงพื้นบ้าน จะมีการร้องเอื้อน หรือร้องคำซ้ำ ๆ เพื่อช่วยยืดเวลาให้คิดกลอนได้ทัน สำหรับการร้องประกอบวงดนตรี การเอื้อนหรือเทคนิคต่าง ๆ ดังกล่าวจะเป็นแบบแผนมากขึ้น




บทเรียนสาระดนตรี ศ32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

วงดนตรีพื้นเมือง
วงดนตรีสากล
หลักการขับร้องเพลงไทย
การร้องเพลงนางนาค
บทเพลงสำหรับการฝึกขับร้อง เพลงลาวดวงเดือน
บทเพลงสำหรับการฝึกขับร้อง เพลงลอยกระทง
การขับร้องเพลงไทยสากลและเพลงสากล
การแสดงความรู้สึก (Expression)
บทเพลงสำหรับการฝึกขับร้อง เพลงบัวขาว
บทเพลงสำหรับการฝึกขับร้อง เพลงสายลมเหนือ
บทเพลงสำหรับการฝึกขับร้อง เพลง Black Sheep, Black Sheep
การขับร้องประสานเสียง (Choral Singing)
บทเพลงสำหรับการฝึกขับร้อง เพลงสรรเสริญพระบารมี
การขับร้องประสานเสียงเพลง Blue Day
การขับร้องประสานเสียง 4 แนว
การปฏิบัติเครื่องดนตรี
เพลงจีนไจ๋ยอ
การใช้และเก็บรักษาเครื่องดนตรีไทย
การฝึกบรรเลงเพลงลอยกระทง
การฝึกบรรเลงเพลงแขกกล่อมเจ้า
การบรรเลงเพลงเขมรไทรโยคสามชั้น
การรับรู้ความไพเราะของดนตรี
ดนตรีกับชีวิตประจำวัน
ดนตรีกับมรดกทางวัฒนธรรม
แบบทดสอบ เรื่องหลักการผสมวงดนตรีสากลประเภทวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า วงแชมเบอร์ออร์เคสตร้า และวงแชมเบอร์มิวสิก
แบบทดสอบ เรื่อง ความเชื่อทางวัฒนธรรมที่มีผลต่อดนตรีไทย
แบบทดสอบ เรื่อง หลักการขับร้องเพลงแนวสากล
แบบทดสอบ เรื่อง หลักการ วิธีการ และเทคนิคการขับร้องเพลงไทย



Copyright © 2011 All Rights Reserved. 080-4113473 082-7364272